วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

แป้นหมุน


แป้นหมุนมีหลายชนิดให้เลือกใช้ทั้งแบบไฟฟ้า (Electric Wheel)และแบบถีบหรือเตะ (Kick Wheel) อาจมีความลำบากในการขึ้นรูปจากแป้นหมุนที่ด้อยคุณภาพ แต่ช่างที่ชำนาญแล้วสามารถใช้แป้นหมุนได้ทุกชนิด แป้นหมุนที่สะดวกสำหรับผู้เริ่มต้นคือ แป้นหมุนไฟฟ้า เพราะไม่ต้องกังวลกับการใช้ส่วนต่างๆของร่างกายพร้อมๆกันขณะขึ้นรูป แป้นหมุนแบบถีบนั้นอาจมีความลำบากขณะที่ต้องใช้ทั้งมือและเท้าพร้อมๆกัน แต่ลักษณะการหมุนของแป้นสามารถควบคุมได้อย่างนุ่มนวลเป็นธรรมชาติมากกว่าโดยเฉพาะการหมุนอย่างช้าๆ

วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

เนื้อดินในการทำเครื่องปั้นดินเผา

โดยทั่วไปนิยมเลือกดินที่มีความเหนียว เมื่อนำมาหมักผสมกับน้ำอย่างพอเหมาะแล้วก็สามารถจะนำมาปั้นหรือขึ้นรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ
ดินที่เหนียวมากๆสังเกตได้ง่ายโดยดูที่เนื้อของดินมักจะมีความละเอียด เมื่อจับต้องดูจะลื่นมือ ดินประเภทนี้จะเกิดในที่ราบลุ่มหรือบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ จะมีสีออกดำ น้ำตาลเข้ม จนถึงสีเทา เมื่อนำไปเผาให้สุกจะได้ผลงานที่มีสีส้มถึงสีขาวเนื้อแกร่งดีมาก ส่วนการนำไปใช้ควรเลือกเนื้อดินดังนี้

1. ดินที่มีเนื้ออ่อนมากนั้นควรใช้ขึ้นรูปที่มีขนาดใหญ่ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการปั้นนาน แต่ข้อเสียคือดินเนื้ออ่อนนี้จะมีปริมาณการหดตัวสูงเพราะมีน้ำผสมอยู่ในเนื้อดินมาก

2. ดินอ่อนธรรมดา ควรใช้ในการขึ้นรูปปั้นภาชนะ ประเภทหม้อ ถ้วยชาม แจกัน หรือกระถาง ฯลฯ ส่วนการหดตัวมีปริมาณการหดตัวปานกลาง

3. ดินหมาด ดินชนิดนี้เหมาะในการทำแบบพิมพ์กด แม่พิมพ์ปูนปลาสเตอร์เพราะสามารถจะตกแต่งให้เรียบร้อยได้สะดวก

4. ดินเกือบแห้ง แต่ไม่ถึงกับจะแห้งทีเดียวนัก ดินนี้เหมาะแก่การนำไปแกะเป็นลวดลายต่างๆ แต่จะใช้ปั้นไม่ได้แล้ว ในระยะนี้ปริมาณการหดตัวเกือบไม่มี

5. ดินแห้ง แต่ยังมีความชื้นอยู่เล็กน้อย เรียกว่าดินเริ่มแห้งแล้ว ผิวดินจะมีฝ้าขาวๆถ้าเช็ดถูจะเห็นเป็นรอย ดินแห้งขนาดนี้ใช้ทำอะไรไม่ได้ต้องยุบและนำไปนวดใหม่

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน Throwing Method


การขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนเป็นวิธีการหนึ่งในการขึ้นรูปเครื่องปั้นดินเผาที่ได้รับความนิยม และใช้กันมากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แป้นหมุนเป็นเครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อช่วยในการทำเครื่องปั้นดินเผาให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น


ประโยชน์ของแป้นหมุน


1. ประหยัดเวลาในการทำงาน และได้งานที่เรียบร้อยสม่ำเสมอรวดเร็ว


2. ช่วยทุ่นแรงในการทำงานลงไปได้มาก


3. เพิ่มจำนวนการผลิตได้ คือ สามารถผลิตได้เป็นจำนวนมากในระยะเวลาเพียงสั้นๆทันตามความต้องการของตลาด
หลักการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน
1. การวางดินลงบนแป้นต้องกดอัดดินให้แน่นลงตรง
2. วางมือตั้งดินให้ได้ศูนย์ ใช้มือซ้ายกดก้อนดินในทิศทางที่ก้อนดินนั้นหมุนทวนแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกดดินแล้วดึงขึ้นหลายๆครั้ง ข้อศอกและแขนจะต้องไม่แกว่ง ช่วงนี้ต้องใช้ความเร็วของแป้นหมุนสูง ใช้น้ำผสมให้ดินกับมือเปียกอยู่เสมอ
3. ขึ้นรูปกรวย เมื่อได้ศูนย์กลางแล้วใช้มือขวาประกบกับมือซ้ายให้นิ้วมือเกยประสานกันแล้วใช้อุ้งมือทั้งสองข้างกดดินรัดปลายนิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันและรูดขึ้นช้าๆก้อนดินจะรีดขึ้นสูงลักษณะรูปกรวย
4. เปิดก้นหลุม ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือขวากดลงตรงศูนย์กลางแล้วค่อยๆ บีบดินให้กว้างออกเปิดให้ก้นหลุมลึก ต้องใช้น้ำหยดเสมอเพื่อมิให้ดินติดมือและลื่น สะดวกต่อการบีบขึ้นรูปทรงได้ง่าย ดูอย่าให้หลุมลึกจนถึงแป้นหมุน

วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ประโยชน์ของเครื่องปั้นดินเผา

1. เป็นภาชนะสำหรับใช้สอยในชีวิตประจำวัน

2. เป็นเครื่องประดับตกแต่ง

3. เป็นของที่ระลึกในโอกาสต่างๆ

4. เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน เพราะหากตั้งใจผลิตขึ้นมาด้วยความประณีต
ก็จะสามารถนำมาขายในราคาสูงได้

เครื่องปั้นดินเผา



เครื่องปั้นดินเผา คือ สิ่งที่ผลิตขึ้นโดยนำเอาดิน หรือดินเหนียว หิน ทราย แร่ธาตุต่างๆมาผสมน้ำ ปั้นขึ้นรูปตามรูปร่างที่ต้องการ แล้วเผาให้แข็งตัวเพื่อคงรูปร่างอยู่ได้ ส่วนภาชนะดินเผาเรียกว่า "Pottery" เป็นภาชนะสำหรับบรรจุของเหลวหรือของแข็งสำหรับการบริโภค เช่น หม้อ ไห จาน ชาม ถ้วย รวมไปถึงแจกันหรือคนโท
เครื่องปั้นดินเผา (Ceramic) มีความหมายรวมไปถึงสิ่งที่เป็นส่วนประดับ เช่น รูปปั้นตุ๊กตาต่างๆ ลวดลายที่ใช้ประดับอาคาร กระเบื้องเคลือบและสิ่งอื่นๆที่ทำจากส่วนผสมของดินมาเผาไฟ
มนุษย์รู้จักการใช้เครื่องปั้นดินเผาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว การจัดแบ่งประเภทเครื่องปั้นดินเผาเพื่อการวิเคราะห์แบ่งตาม 2 ประเภท คือ อุณหภูมิที่เผากับแบ่งตามเนื้อดิน ชนิดของเครื่องปั้นดินเผาแบ่งตามอุณหภูมิการเผาแบ่งออกเป็น
1. ต่ำกว่า 1,000 องศาเซลเซียส เป็นวัตถุดินเผา (Terra Cotta)
2. 1,000 - 1,200 องศาเซลเซียส เป็นเครื่องปั้นเนื้อดิน (Earthen Ware)
3. 1,200 - 1,300 องศาเซลเซียส เป็นเครื่องปั้นเนื้อแกร่ง (Stone Ware)
4. 1,300 - 1,450 องศาเซลเซียส เป็นเครื่องเคลือบ (Poreclain)